ไขมันเกาะตับ

ไขมันเกาะตับ หรือ ไขมันพอกตับ ได้อ่านชื่อโรคแล้วอาจดูคล้ายว่าเป็นโรคใหม่ ความจริงแล้วไม่ใช่โรคใหม่ แต่เป็นโรคที่ใกล้ตัวเรา เกิดขึ้นได้กับคนทั่วไป เกี่ยวข้องอย่างมากกับการดำเนินชีวิตในปัจจุบันของเรา

ไขมันเกาะตับอีกหนึ่งตัวการร้ายโรคตับแข็งและมะเร็งตับ
ไขมันเกาะตับ หรือ ไขมันพอกตับ ไขมันแทรกตับ ได้อ่านชื่อโรคแล้วอาจดูคล้ายว่าเป็นโรคใหม่ ความจริงแล้วไม่ใช่โรคใหม่ แต่เป็นโรคที่ใกล้ตัวเรา เกิดขึ้นได้กับคนทั่วไป เกี่ยวข้องอย่างมากกับการดำเนินชีวิตในปัจจุบันของเรา

ภาวะไขมันเกาะตับ ในที่นี้ไม่ใช่กลุ่มเดียวกับผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำ ดังนั้นผู้ที่เป็นโรคนี้ จึงมักจะไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับตัวเอง อาจไม่ได้ใส่ใจหรือสนใจจนกระทั่งตรวจพบโดยบังเอิญ จากการตรวจสุขภาพประจำปี เพราะภาวะนี้ในระยะแรกๆ จะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ หรือบางคนอาจมีอาการเล็กน้อย เช่น ปวดแน่นชายโครงด้านขวา อ่อนเพลีย หรือคลื่นไส้เล็กน้อย จนแทบจะไม่เป็นที่สังเกตได้ชัด ถ้าตรวจเลือดจะพบเอนไซม์ตับผิดปกติ แสดงถึงมีภาวะตับอักเสบ ถ้าขาดการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง อาจนำไปสู่การเป็นโรคตับแข็ง และมะเร็งตับได้

มีวิธีการตรวจภาวะนี้อย่างไรบ้าง
การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน เป็นวิธีการตรวจที่สะดวก แต่ความไวของการตรวจพบจะไม่มาก
การตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือเอ็กซเรย์คลื่นสนามแม่เหล็ก (MRI) ความไวของการตรวจพบความผิดปกติจะเร็วมากขึ้น
ตรวจด้วย ไฟโบรสแกน (Fibroscan) ทราบผลทันที ไม่ต้องเจาะตับ ไม่เจ็บ แม่นยำ

การรักษาภาวะไขมันเกาะตับ
ต้องลดความเสี่ยง + ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อ่านเพิ่มเติม

ปวดหลัง ปวดคอ รักษาแบบไหนดี…??

การรักษา อาการปวดหลัง ปวดคอ โดยทั่วไปเน้นที่ การรักษาตามสาเหตุ เนื่องจากบางโรคมีวิํธีการรักษาเฉพาะของโรคนั้นๆ เช่น มะเร็ง การอักเสบติดเชื้อ หรือ นิ่วในทางเดินปัสสาวะ ส่วนในกลุ่มที่เกิดจากกล้ามเนื้อ หรือ ความผิดปกติของกระดูกสันหลัง และ หมอนรองกระดูกสันหลัง และ หมอนรองกระดูก การรักษาจะมีเป้าหมายเพื่อลดอาการปวด และให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำงาน หรือ ดำรงชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว ซึ่งมีวิธีการรักษาอยู่หลายวิธี

การรักษา อาการปวดหลัง ปวดคอ โดยทั่วไปเน้นที่การรักษาตามสาเหตุ เนื่องจากบางโรคมีวิํธีการรักษาเฉพาะของโรคนั้นๆ เช่น มะเร็ง การอักเสบติดเชื้อ หรือ นิ่วในทางเดินปัสสาวะ ส่วนในกลุ่มที่เกิดจากกล้ามเนื้อ หรือ ความผิดปกติของกระดูกสันหลัง และ หมอนรองกระดูกสันหลัง และ หมอนรองกระดูก การรักษาจะมีเป้าหมายเพื่อลดอาการปวด และให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำงาน หรือ ดำรงชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว ซึ่งมีวิธีการรักษาอยู่หลายวิธี ดังนี้

รักษาปวดหลัง ด้วยการใช้ยา
เพื่อบรรเทาอาการปวด ซึ่งขึ้นอยู่กับอาการของคนไข้แต่ละราย และที่สำคัญ คนไข้ควรมาติดตามอาการ การรักษาเป็นระยะ เพราะการรักษาอาการปวดหลัง ด้วยการใช้ยา มีทั้งข้อดี และ ข้อเสีย และเพื่อประเมินการรักษา ในระดับต่อไป

รักษาปวดหลัง ด้วยวิธีทางกายภาพบำบัด
นักกายภาพบำบัดหรือแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ซึ่งมีอุปกรณ์ หรือ เครื่องมือที่ช่วยลดอาการปวดหลากหลาย ประกอบด้วย การใช้แผ่นอบความร้อน ซึ่งให้ความร้อนระดับตึ้น หรือ การใช้อัลตราซาวด์ การใช้อัลตราซาวด์ เพื่อให้เกิดความร้อนในส่วนของกล้ามเนือ้ที่อยู่ลึกๆ การใช้ Short Wave หรือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ กระแสไฟฟ้า การดึงหลัง หรือ การดึงคอ ด้วยอุปกรณ์ทางกายภาพ

การรักษาโดยการใช้อุปกรณ์ช่วยเสริม
เช่น เฝือกอ่อนช่วยพยุงเอว (Lumbar Support) หรือ เฝือกอ่อนช่วยพยุงคอ เพื่อช่วยควบคุม หรือ เตือนผู้ป่วยไม่ให้ใช้หลังหรือคอมากเกินไป

การนวดแบบอายุรเวท
หรือการนวดแบบราชสำนัก เป็นการนวดแผนไทย เพื่อรักษาโดยผู้ที่จะทำการนวดแบบนี้ได้ ต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และ มีใบประกอบโรคศิลป์ ทางด้านนี้โดยเฉพาะ ต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ แล้วว่า ผู้ป่วยสามารถนวดได้ไม่เป็นอันตราย ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับหมอนรองกระดูก หรือ เส้นประสาทโดนกดทับ การนวดด้วยวิธีนี้จะไปคลายจุดปวด ช่วยคลายเส้น คลายกล้ามเนื้อ คนไข้จะรู้สึกสบายขึ้น การนวดเป็นวิธีการรักษาหนึ่งที่ได้ผลดีมากกับอาการปวดหลังที่มีสาเหตุมากจาก กล้ามเนื้อหดตัว หรือ กล้ามเนื้ออักเสบ อ่านเพิ่มเติม

ไข้หวัดใหญ่… การรักษาและการป้องกัน

ไข้หวัดใหญ่ เป็น โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ที่เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ติดต่อได้ง่าย จากการไอ จาม และพูดคุยกันในระยะใกล้ชิด กับคนที่เป็นโรคนี้ หากเกิดในเด็ก หรือผู้สูงอายุจะมีความรุนแรง และภาวะแทรกซ้อนมาก บางรายอาจเสียชีวิตได้

ไข้หวัดใหญ่ เป็น โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ที่เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ติดต่อได้ง่าย จากการไอ จาม และพูดคุยกันในระยะใกล้ชิด กับคนที่เป็นโรคนี้ หากเกิดในเด็ก หรือผู้สูงอายุจะมีความรุนแรง และภาวะแทรกซ้อนมาก บางรายอาจเสียชีวิตได้

อาการที่พบได้บ่อย ในโรคไข้หวัดใหญ่
ไข้สูง บางครั้งหนาวสั่น
ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนี้อมาก
เจ็บคอ ไอ คัดจมูก น้ำมูกไหล
อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร จุกแน่นท้อง

ถ้าอยากรู้ว่าเป็น ไข้หวัดใหญ่ หรือไม่ ต้องทำอย่างไร
เนื่องจากไข้หวัดใหญ่ มีอาการคล้ายโรคติดเชื้อประเภทอื่น การตรวจร่างกายเบื้องต้น และซักประวัติ อาจไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัยโรคได้

ในปัจจุบัน มีวิธีการตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่โดยตรง ที่ทราบผลเร็ว และแม่นยำ เป็นการตรวจที่ไม่เจ็บใช้เพียงไม้พันสำลี เช็ด หรือป้ายภายในโพรงจมูก (เรียกว่า Nasal Swab) แล้วนำมาใส่ในน้ำยาทดสอบ จะทราบผลภายใน 1 ชั่วโมง หากมีการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ จะให้การรักษาได้เร็วมากขึ้น

การรักษาไข้หวัดใหญ่
ปัจจุบันมียาที่ใช้รักษาโรคไข้หวัดใหญ่ได้ คือ ยา Oseltamivir (หรือ ยา Tamiflu ®) ซึ่งผู้ป่วยจะได้ประโยชน์มากที่สุด หากได้ใช้ยานี้รักษาภายใน 2 วันแรกที่ตรวจพบว่าเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาของการเป็นโรค ลดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง และลดการระบาดของโรคได้

วิธีการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
การป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ดีที่สุด คือ การฉีดวัคซีน เนื่องจากไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคที่มีผลกระทบมาก เช่น ทำให้ต้องขาดงาน ขาดเรียน อย่างน้อย 7-10 วัน และในบางรายอาจมีอาการรุนแรง จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล หรือมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ อ่านเพิ่มเติม

หลอดเลือดสมองโป่ง!! ตัวการของโรคร้าย…ที่มาด้วยอาการปวดศีรษะ

ภาวะหลอดเลือดสมองโป่ง หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา หลอดเลือดที่โป่งอาจเกิดการแตก ทำให้เกิดเลือดคั่งในสมองก้อนเลือดนั้นจะไปกดเบียดเนื้อสมองหากเกิดในส่วนที่สำคัญ ก็จะทำให้เกิดภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือ อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

หลอดเลือดสมองโป่ง มักพบในคนที่มีอายุระหว่าง 50-60 ปี สาเหตุส่วนหนึ่งเชื่อว่า เกิดจากความเสื่อมของผนังหลอดเลือด ร่วมกับอายุที่มากขึ้น นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยเร่งที่ทำให้สภาพของหลอดเลือดมีความเสื่อมมากขึ้น และเร็วขึ้น ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือ สูบบุหรี่มาเป็นเวลานาน
ภาวะหลอดเลือดสมองโป่ง หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา หลอดเลือดที่โป่งอาจเกิดการแตก ทำให้เกิดเลือดคั่งในสมองก้อนเลือดนั้นจะไปกดเบียดเนื้อสมองหากเกิดในส่วนที่สำคัญ ก็จะทำให้เกิดภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือ อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
ภาวะหลอดเลือดสมองโป่ง อาจจะพบได้ทั้งแบบที่มีอาการและไม่มีอาการ โดยอาการส่วนใหญ่ที่พบจะมีอาการ
ปวดหัวอย่างรุนแรง และเฉียบพลัน
อาจจะมีปวดบริเวณต้นคอร่วมด้วย
บางรายอาจมีคลื่นไส้อาเจียน
บางรายอาจพบมีอาการหมดสติหลังจากปวดหัว
ในรายที่มีเลือดออกรุนแรง และปริมาณมาก ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตได้ทันที ตั้งแต่ก่อนมาถึงโรงพยาบาล

ดังนั้น ความสำคัญของโรคก็คือ ต้องมาพบแพทย์โดยเร็วที่สุด และหากการตรวจวินิจฉัยยืนยันว่าเป็นโรคนี้จริง จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดด้วยเทคนิคจุลศัลยกรรมสมอง (ผ่าตัดด้วยกล้องจุลทรรศน์)

โรคหลอดเลือดสมองโป่ง นี้ตรวจพบได้จากการตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษ ได้แก่
เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมองความเร็วสูง (CT Scan) หรือ
การตรวจสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า(MRI) หรือ
การตรวจหลอดเลือดสมองด้วยการฉีดสารทึบรังสี (Cerebral Angiography) อ่านเพิ่มเติม

โรคหัวใจในทารกแรกเกิด

หลายคนอาจสงสัย..โรคหัวใจในทารกแรกเกิด ?
โดยข้อเท็จจริงแล้ว เด็กทารกแรกเกิดทุกๆ 100 คน จะมี 1 คน ที่เป็นโรคหัวใจแต่กำเนิดซึ่งมีชนิดผนังกั้นระหว่างห้องหัวใจด้านบนหรือด้านล่างรั่ว หรือ ชนิดที่มีอาการเขียว ปากม่วงคล้ำ หายใจหอบ โดยรวมแล้ว เด็กกลุ่มนี้จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด เกือบหนึ่งในสามหากไม่ได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจเด็ก และได้รับการรักษาทันท่วงที ก็อาจเสียชีวิตได้
อาการที่อาจสงสัยว่าเด็กเป็นโรคหัวใจ

• เด็กดูดนมได้ช้า, ดูดนมแล้วหอบเหนื่อย
• หายใจหอบ เหนื่อยง่ายเวลาเล่น หรือออกกำลังกาย
• เลี้ยงไม่โตหรือเติบโตช้า ในเด็กเล็กก็จะพบพัฒนาการช้าทางด้านที่ต้องใช้กำลังหรือกล้ามเนื้อ เช่น คว่ำ, นั่ง, ยืน, เดิน ช้า แต่มักไม่มีผลต่อสติปัญญาชัดเจน
• มีอาการเขียวเวลาดูดนม เหนื่อยง่าย ทำให้กินได้น้อยกว่าปกติ
• นิ้วปุ้ม มักจะพบในรายที่มีอาการเขียวนานเกิน 1-2 ปีขึ้นไป โดยในรายที่เขียวมากนิ้วก็จะปุ้มมาก อ่านเพิ่มเติม

ฮีน็อค ชอนไลน์ เพอพูรา คืออะไร??

henoch-Schonlein purpura
คือ อาการแสดงของการอักเสบของหลอดเลือดขนาดเล็กในอวัยวะร่างกายหลายๆระบบ เช่น ผิวหนัง ทางเดินอาหาร ไต ข้อและระบบประสาท สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด เป็นโรคในกลุ่ม vasculitis ที่พบบ่อยในเด็ก เริ่มมีรายงานในปี ค.ศ. 1837 โดย schonilein ได้พบว่ามีอาการของโรคที่เป็นผื่น ร่วมกับข้ออักเสบ และในปี ค.ศ. 1874 henoch รายงานถึงโรคที่มีกลุ่มอาการร่วม อันได้แก่ ปวดท้อง เลือดออกทางเดินอาหาร ผื่นแดงนูน purpura ข้อักเสบหรือปวดข้อ และปัสสาวะมีเลือด

มักพบในเด็กที่อายุน้อยกว่า 10 ปี โดยส่วนใหญอยู่ในช่วงอายุ 3-6 ปี แต่ก็สามารถพบได้ในเด็กที่อายุ 15 ปี พบในเพศชายกว่าเพศหญิง 1:8:1 อุบัติการณ์ของโรคประมาณ 10-20.4 ต่อเด็ก 100,000 คน สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มากกว่าร้อยละ 75 มักพบตามหลังการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบน โดยเชื่อ group A B hemolytic streptococcus เป็นเชื้อที่พยบ่อย นอกจากนี้ก็ยังมีรายงานว่าพบ ร่วมกับ การติดเชื้ออื่นๆด้วย เช่น ไวรัสตับอักเสบ A, B, CMV, varicella, parvovirus B19

สาเหตุ
สาเหตุของโรคนี้ยังไม่ชัดเจน แต่คาดว่าน่าจะเกิดจากปฏิกิริยาการตอบสนองภูมิคุ้มกันของร่ายกายต่อการติดเชื้อโรคไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย, ไวรัส, ยาบางชนิด เช่น penicillin, ciprofloxacin, levodopa โดยพบว่า จากปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทำให้เกิด IgA1-containing immune complex เกาะติดที่ผนังหลอดเลือดขนาดเล็ก เกิดภาวะการอักเสบ การอักเสบของหลอดเลือดขนาดเล็ก เมื่อมีการติดชิ้นเนื้อผิวหนังไปตรวจทางพยาธิจะพบ leucocytoclastic vasculitis with perinuclear infiltration of polymorphs and mononuclear cells ส่วนในลำไส้เมื่อตัดชิ้นเนื้อตรวจก็จะพบว่ามี IgA เกาะติดที่ชั้น mucosa ภาวะการอักเสบของหลอดเลือดขนาดเล็ก(vasculitis) เมื่อเกิดที่อวัยวะใดก็จะทำให้เกิดอาการผิดปกติที่อวัยวะนั้น เช่น อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือด, ตับอ่อนอักเสบ, ไตอักเสบ, ปัสสาวะเป็นเลือด, มีโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะ อาจเกิดภาวะชักได้ อ่านเพิ่มเติม

การตรวจหาเชื้อก่อโรคแบบรวดเร็ว (Rapid Test)

ปัจจุบันวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ได้พัฒนาก้าวหน้าอย่างมาก มีการพัฒนาทั้งเทคนิคการตรวจรักษา การผ่าตัด เครื่องมือทางการแพทย์และการหาสาเหตุของโรคแบบต่างๆมากมาย เพื่อช่วยใน การวินิจฉัย และรักษาโรคให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อลดความเสี่ยงที่เป็นอันตราย ลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งลดอัตราการเสียชีวิต

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เรียกง่ายๆว่า การวินิจฉัย  ตรวจทางห้องแลป คือการเอาเลือด น้ำมูก ปัสสาวะ น้ำลาย อุจจาระหรือสารคัดหลั่งต่างๆในร่างกายไปตรวจหาเชื้อโรคที่ทำให้เจ็บป่วย ถ้าแพทย์ทราบเชื้อก่อโรคเร็วก็จะสามารถรักษาได้ถูกต้องและเร็วขึ้น ผู้ป่วยก็จะหายป่วยเร็วขึ้น ระยะเวลาในการนอนรักษาในโรงพยาบาลลดลง
การตรวจแบบรวดเร็ว หรือ Rapid test เป็นการตรวจที่สามารถทำได้ที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอก รวมทั้งผู้ป่วยในที่นอนรักษาในโรงพยาบาลก็ตรวจได้เช่นกัน ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไร สามารถตรวจได้เลย และสามารถทราบผลได้เร็วภายใน 30 นาที – 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับชนิดของการตรวจ โดยส่วนใหญ่ การตรวจแบบรวดเร็วนี้จะมีความไวในการตรวจพบเชื้อประมาณ 84-100% ความน่าเชื่อถือจำเพาะต่อเชื้ออยู่ที่ 90-100 % จึงยังมีโอกาสผิดพลาดได้บ้าง
ในกรณีที่ตรวจไม่พบเชื้อที่ต้องสงสัยว่าเป็นสาเหตุของโรคโดยวิธี Rapid test แพทย์อาจจำเป็นที่ต้องตรวจละเอียดขึ้น โดยเป็นการตรวจที่เป็นระดับมาตรฐานที่น่าเชื่อถือที่สุด ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาเป็นวัน กว่าผลการตรวจจะออก ซึ่งอาจล่าช้าเกินไป การตรวจแบบรวดเร็วจึงเป็นเครื่องมือของแพทย์ที่ช่วยให้การรักษาทำได้เร็วยิ่งขึ้น

การตรวจแบบรวดเร็ว มักจะมีเฉพาะในโรงพยาบาลใหญ่และมีมาตรฐานที่ดี ดังนั้นการตรวจแบบนี้ อาจไม่สามารถตรวจได้ที่สถานพยาบาลเล็กๆ
การตรวจแบบรวดเร็วที่แพทย์ใช้บ่อยๆ มีหลายอย่างด้วยกัน เช่น
ไข้เลือดออก : ใช้เลือดตรวจ มีทั้งการตรวจหาตัวเชื้อโรคและการตรวจภูมิคุ้มกัน( Dengue NS1, Dengue IgG, IgM )
มือ เท้า ปาก: ใช้เลือดตรวจ Enterovirus 71 IgM
ไข้หวัดใหญ่ ทั้งสายพันธุ์ A และ B: ตรวจโดยการป้ายน้ำมูกในโพรงจมูก อ่านเพิ่มเติม

ฝ้า …ปัญหาคาใจ

ในบรรดาเรื่องสุขภาพสุดฮิตที่ผู้หญิงให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ ก็ยังคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสวยงาม โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณบนใบหน้ายกตัวอย่างเช่น ปัญหาฝ้า ซึ่งขึ้นชื่อว่ารักษายาก เรามาทำความรู้จักกับฝ้าให้ดีเสียก่อนที่จะตัดสินใจทำการรักษา

ในบรรดาเรื่องสุขภาพสุดฮิตที่ผู้หญิงให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ ก็ยังคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสวยงาม โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณบนใบหน้ายกตัวอย่างเช่น ปัญหาฝ้า ซึ่งขึ้นชื่อว่ารักษายาก เรามาทำความรู้จักกับฝ้าให้ดีเสียก่อนที่จะตัดสินใจทำการรักษา

ฝ้า
ฝ้าพบบ่อยในผู้หญิงวัยกลางคน ลักษณะเป็นผื่นสีน้ำตาล พบบริเวณแก้ม จมูก หน้าผาก เหนือริมฝีปากบนและคาง มักเริ่มจากจุดสีน้ำตาลแล้วขยายเป็นปื้น เราสามารถแบ่งชนิดของฝ้าได้เป็น 3 ชนิด

1). ฝ้าชนิดตื้น
ลักษณะเป็นผื่นสีน้ำตาลเข้ม ขอบเขตชัด เกิดจากเม็ดสีเมลานินสะสมในชั้นหนังกำพร้ามากผิดปกติ ฝ้าชนิดนี้ค่อนข้างตอบสนองดีต่อการรักษา เนื่องจากเม็ดสีเมลานินอยู่ไม่ลึกในผิวหนังจึงง่ายต่อการกำจัด

2.) ฝ้าชนิดลึก
ผื่นฝ้าจะเป็นสีน้ำตาลผสมสีเทาเข้ม ขอบเขตไม่ชัด เกิดจากเม็ดสีเมลานินอยู่ในชั้นหนังแท้ มีผลทำให้การรักษาค่อนข้างยาก อ่านเพิ่มเติม

คุณเสี่ยงเป็นเบาหวานหรือไม่ ?

โรคเบาหวาน คือ ภาวะที่มีระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงตั้งแต่ 126 มก./ดล. (โดยวัดจากหลังงดอาหาร 8 ชั่วโมง) เบาหวานแบ่งออกเป็น 2 ประเภท โดยประเทศไทยพบเบาหวานประเภทที่ 2 ได้มากถึง 95% ของ  ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งตับอ่อนของผู้ป่วยไม่สามารถสร้างอินซูลินไปใช้ได้อย่างเพียงพอ ทำให้เผาผลาญน้ำตาลได้ไม่หมด ผู้ป่วยประเภทนี้มักไม่มีอาการเฉียบพลัน แต่หากขาดการควบคุม ก็สามารถนำไปสู้ภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังที่เป็นอันตรายได้

มาลองสังเกตอาการตามนี้กัน
ปัสสาวะบ่อย ทั้งกลางวัน และ กลางคืน
กระหายน้ำ หิวบ่อย รับประทานอาหารมากขึ้น
น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
ตาพร่า เห็นภาพไม่ชัด หรือเห็นภาพซ้อน อ่านเพิ่มเติม

ปวดหัว แบบไหน อันตราย??

ปวดหัวเป็นอาการแสดงของโรคไม่ใช่ตัวโรคเอง มีโรคที่ทำให้ปวดหัวอยู่หลายอย่าง ตั้งแต่โรคที่เป็นอันตรายรุนแรง อย่างโรค เนื้องอกในสมอง หลอดเลือดสมอง หรือโรคไม่รุนแรง เช่น ปวดหัว จาก ความเครียด

ปวดหัวเกิดได้จากสาเหตุอะไรบ้าง
….ปวดหัวเป็นอาการแสดงของโรคไม่ใช่ตัวโรคเอง มีโรคที่ทำให้ปวดหัวอยู่หลายอย่าง ตั้งแต่โรคที่เป็นอันตรายรุนแรง อย่างโรค เนื้องอกในสมอง หลอดเลือดสมอง หรือโรคไม่รุนแรง เช่น ปวดหัว จาก ความเครียด
ถ้าอย่างนั้นเราจะทราบได้อย่างไรว่า เราปวดหัวจากอะไร โดยทั่วไปเรามักแบ่งโรคปวดหัว ออกเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1
คือ กลุ่มที่มีรอยโรคอยู่ในสมอง และ ศีรษะ จริง ซึ่งเป็นอันตรายรุนแรงได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันเวลา เช่น โรคเนื้องอกในสมอง หลอดเลือดสมองโป่งพอง เลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง เลือดคั่งในสมอง และ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
กลุ่มที่ 2
คือ กลุ่มที่ไม่ได้มีรอยโรคในสมอง หรือ เยื่อหุ้มสมองเลย แต่เป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวเอง เช่น ไมเกรน ความเครียด เส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ปวดหัวจากเส้นประสาทใบหน้าอักเสบ
ซึ่งอาการในกลุ่มที่ 1 หรือ กลุ่มที่มีรอยโรคในสมองและมักเป็นอันตราย จะพบมีลักษณะอาการปวดหัวอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้
และหากพบมีอาการดังกล่าวควรพบแพทย์ทันที!!
ปวดทันทีและรุนแรงมาก
ปวดมากแบบไม่เคยปวดมาก่อนเลยในชีวิต อ่านเพิ่มเติม