ไม่กินข้าวเช้าบ่อยๆ เสี่ยง โรคนิ่ว

ต้นเหตุสำคัญของอาการป่วย โรคนิ่ว
การไม่รับประทานอาหารเช้า เป็นสาเหตุพื้นฐานที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยที่เราอาจมองข้ามไป เพราะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ปฏิบัติอยู่เป็นประจำจนก่อเกิดเป็นลักษณะนิสัย เพราะสมองของคนเราต้องการเลือด และออกซิเจนเป็นอาหารบำรุง ถ้าไม่รับประทานอาหารเช้าก็จะไม่มีเลือดมารับออกซิเจนส่งขึ้นไปเลี้ยงสมองนั่งเอง
นอกจากนี้ การไม่รับประทานอาหารเช้าอยู่เป็นประจำ ยังทำให้เกิดความเสี่ยงเป็นนิ่วได้อีกด้วย เพราะเมื่อร่างกายของเราต้องตกอยู่ในสภาวะท้องว่าง เนื่องจากการที่ไม่มีอาหารเข้าสู่ร่างกายนานกว่า 14 ชั่วโมง จะทำให้คอเลสเตอรอลในถุงน้ำดีจับตัวกันนานเกินไป หากปล่อยไว้นานๆ ก็จะกลายเป็นก้อนนิ่วได้ แต่ถ้าเรารับประทานอาหารเช้า ก็จะไปกระตุ้นให้ตับปล่อยน้ำดีออกมาละลายไม่ให้เจ้าคอเลสเตอรอลตัวร้ายมาจับตัวกัน จึงเป็นการป้องกันและช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคนิ่วได้อย่างไม่ยากเย็นนัก อ่านเพิ่มเติม

การบาดเจ็บของเส้นเอ็นไขว้หน้า และการ ผ่าตัดส่องกล้อง

ผ่าตัดส่องกล้อง เอ็นไขว้หน้า หรือ Anterior cruciate ligament: ACL เป็นเอ็นที่อยู่ในข้อเข่า ช่วยป้องกันกระดูกทีเบีย (Tibia) เคลื่อนที่ไปข้างหน้าใต้กระดูกฟีเมอร์ (Femer) เอ็นไขว้หน้าจะตึงเวลาเหยียดเข่า หากมีแรงบิดหมุนที่รุนแรงทำให้เอ็นไขว้หน้าขาดได้ และความมั่นคงของเข่าที่ป้องกันไม่ให้กระดูกทีเบีย (Tibia) เลื่อนไปข้างหน้าใต้เข่า หรือการบิดหมุนก็จะเสียไป
อาการบาดเจ็บหัวเข่า ที่ส่งผลให้เส้นเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาด เป็นหนึ่งในชนิดที่พบบ่อยที่สุดของอาการบาดเจ็บหัวเข่าซึ่งคิดเป็นประมาณ 40% ของการบาดเจ็บทางกีฬา มักเกิดขึ้นระหว่างการเล่นกีฬา เช่น สกี, เทนนิส, สควอช, ฟุตบอล และรักบี้ หากไม่ได้รับการรักษาหมอนรองข้อเข่า หรือกระดูกอ่อนผิวข้อ ก็จะได้รับแรงที่ผิดปกติมากเกิน ทำให้ข้อเสียเกิดภาวะข้อเสื่อมได้
ปัจจุบัน การรักษาผ่าตัดเส้นเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาด นับว่าเป็นวิธีการรักษาที่ใช้บ่อย มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกหน้าแข้งเคลื่อนที่ไปข้างหน้ามากเกินไป เนื่องจากจะส่งผลเสียต่อกระดูกอ่อน และเพื่อให้หัวเข่ากลับมาทำงานได้ตามปกติ
สำหรับการรักษา แพทย์จะนำเส้นเอ็นส่วนที่ขาดออกไป และนำเส้นใหม่มาใส่แทนที่ ซึ่งเทคนิคการผ่าตัดรักษาเส้นเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยได้มีการปรับปรุงเทคนิค และทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้น ด้วยวิธีการ “ผ่าตัดส่องกล้อง” ซึ่งนับเป็นกระบวนการรักษาซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
การรักษาข้อกระดูก ในร่างกายด้วยวิธีผ่าตัดผ่านกล้องนับว่ามีประโยชน์หลายด้าน โดยการผ่าตัดผ่านกล้องนั้น แผลมีขนาดเล็กเพียงรูเล็กๆ เพื่อเจาะใส่กล้องเข้าไปในข้อและรูเพื่อใส่เครื่องมือสำหรับการผ่าตัด อีกทั้งกล้องที่สอดเข้าไปภายในข้อมีกำลังขยายสูง ภาพที่แพทย์เห็นผ่านกล้องที่ส่งมายังมอนิเตอร์มีความคมชัดมาก จึงทำให้การรักษามีความแม่นยำ และช่วยให้อวัยวะภายในเกิดความบอบช้ำน้อย รวมถึงไม่จำเป็นต้องตัดเนื้อเยื้อรอบข้อเพื่อให้เข้าถึงข้อเหมือนกับการผ่าตัดเปิดแผลใหญ่ จึงไม่บอบช้ำจากการตัด และเย็บซ่อม อ่านเพิ่มเติม

สะพานฟัน ฟันเทียมบางส่วนติดแน่นที่มีส่วนของครอบฟัน

สะพานฟัน คือ ฟันเทียมบางส่วนติดแน่นที่มีส่วนของครอบฟันยึดติดกับฟันธรรมชาติทั้งสองข้าง และมีส่วนของฟันแขวนอยู่ตรงกลาง ใช้ทดแทนฟันธรรมชาติที่หายไป 1-2 ซี่
ข้อดี ของการทำสะพานฟัน
ให้ความสวยงาม
เป็นฟันเทียมติดแน่น
ให้ความแข็งแรง ในกรณีที่ฟันหลักยึดทั้ง 2 ข้างไม่แข็งแรง และจำเป็นต้องทำครอบฟัน
คงทนถาวร
ทำเสร็จภายใน 2 ครั้ง
ขั้นตอนยุ่งยากน้อยกว่ารากฟันเทียม
ข้อเสีย ของการทำสะพานฟัน
ต้องกรอเนื้อฟันออกมากในกรณีที่ฟันข้างเคียงเป็นฟันที่แข็งแรง การทำสะพานฟันจำเป็นต้องกรอเนื้อฟันข้างเคียงออกทั้ง 2 ซี่ ยิ่งในกรณีที่ฟันทั้ง 2 ซี่ มีแนวการเรียงตัวไม่เหมือนกัน บางรายอาจจะต้องรักษารากฟันร่วมด้วย
ราคาสูงกว่าฟันเทียม บางส่วนถอดได้
การทำความสะอาดยากขึ้น ต้องอาศัยเครื่องมือบางอย่างและการดูแลรักษาความสะอาดที่ดี อ่านเพิ่มเติม

อยากนอน แต่ นอนไม่หลับ ใช่อาการป่วยทางจิตหรือไม่?

อาการ นอนไม่หลับ หลับยาก หลับๆ ตื่นๆ จนพักผ่อนไม่เพียงพอ กลายเป็นปัญหาใหญ่ของคนยุคใหม่ ซึ่งสาเหตุอาจมาจากโรคเรื้อรังบางโรค เช่น โรคภูมิแพ้ หอบหืด ความดันโลหิตสูง และปัญหาทางด้านจิตใต ความเครียดความกังวลต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่ากระทบต่อการใช้ชีวิต คุณจะรู้สึกอ่อนเพลียในระหว่างวัน และเป็นสาเหตุให้มีปัญหาในการทำงานได้ ซึ่งพบถึง 1/3 ของประชากรที่มีปัญหาเกี่ยวกับการ นอนไม่หลับ และมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2 ต่อ 1 และพบบ่อยขึ้นตามอายุ
ทำความรู้จักโรคนอนไม่หลับ (Insomnia)
โรคนอนไม่หลับ (Insomnia) คือ โรคที่มีความผิดปกติในวงจรการหลับ โดยสามารถแบ่งเป็นชนิดของการนอนไม่หลับ 3 ชนิดใหญ่คือ
ชนิดที่1 หลับยาก : จะมีอาการหลับได้ แต่ต้องใช้ระยะเวลาเป็นชั่วโมง
ชนิดที่ 2 หลับไม่ทน : มักตื่นกลางดึก เช่น หัวค่ำอาจพอหลับได้ แต่ไม่นานก็จะตื่น ในบางคนอาจตื่นแล้วกลับหลับอีกไม่ได้
ชนิดที่ 3 หลับๆตื่นๆ : จะมีอาการลักษณะ รู้สึกคล้ายไม่ได้หลับเลยทั้งคืน เพียงแต่เคลิ้ม ๆ ไปเป็นพัก ๆ เท่านั้น
ซึ่งผู้เป็นโรคนอนไม่หลับอาจจะมีอาการเพียงข้อใดข้อหนึ่ง หรือมีหลายข้อรวมกันก็ได้ และแน่นอนเมื่อมีอาการนอนไม่หลับในช่วงตอนกลางคืนนั้นก็จะส่งผลกระทบในตอนกลางวันทำให้รู้สึกอ่อนแรง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ไม่มีสมาธิ ง่วงซึม เป็นต้น
สาเหตุของอาการนอนไม่หลับ
• ปัญหาจากสิ่งแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ สว่างเกินไป เสียงรบกวนจากการจราจร โทรทัศน์ พื้นที่นอนแคบเกินไปหรือกว้างเกินไป หรือการนอนต่างที่ ทำให้หลับยาก
• ปัญหาจากร่างกาย เช่น อาการเจ็บป่วย ปวดท้อง ปวดตามเนื้อตัว เป็นโรคเกี่ยวกับการนอนหลับ มีปัญหาเรื่องระบบการหายใจ มีอาการไอ
• ปัญหาจากจิตใจ เช่น ความเครียด อาการวิตกกังวล แรงกดดัน หรือมีอาการซึมเศร้าและท้อแท้ หมดกำลังใจ หมดหวังในการใช้ชีวิต คิดว่าตัวเองไร้ค่า ยึดติดและอยู่กับตัวเองมากเกินไป การทำงานที่ไม่ได้ตามหวัง
• นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงไปถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่อาจส่งผลให้เกิดภาวะนอนไม่หลับได้ เช่นการดื่มแอลกอ ฮอล์ คาเฟอีนในกาแฟ บุหรี่ หรือการใช้ยาบางชนิดนั้นอาจส่งผลเกี่ยวกับการนอนหลับ ท้องว่าง ทำให้เกิดอาการอึดอัด หิวขึ้นมาในช่วงดึก หรืออิ่มมากเกินไป จนทำให้มีอาการแน่นท้องกลางดึก จนนอนไม่หลับ รวมไปถึงหน้าที่การงานบางประเภท เช่น งานที่ต้องเปลี่ยนเวลาการนอนอยู่สม่ำเสมอ เช่น พยาบาล ยาม เป็นต้น
รักษาโรคนอนไม่หลับ
วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุอาการนอนไม่หลับของแต่ละบุคคล ซึ่งต้องแยกให้ได้เสียก่อนว่ามาจากสาเหตุใด หากเกิดจากอุปนิสัยการนอน แพทย์จะให้คำแนะนำอุปนิสัยการนอนที่ถูกต้อง แต่ถ้าเกิดจากโรคทางจิตใจหรือระบบประสาท เช่น โรคซึมเศร้า โรคไบโพล่าร์ โรคประสาทตื่นตัวผิดปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาร่วมด้วย อ่านเพิ่มเติม

3 วิธี…ที่ทำให้สาวๆ ไม่ต้องทนทรมานกับอาการ “ ปวดประจำเดือน ”

อาการปวดตุบๆ หรือปวดบีบ  ปวดประจำเดือน บริเวณท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกราน ในช่วงมีรอบเดือน (Menstrual Pain/Dysmenorrhea)มักจะเป็นปัญหาที่สาวๆ ต้องพบเจออยู่บ่อยๆ เพียงแต่ความรุนแรงของอาการปวดในแต่ละรายนั้นอาจจะแตกต่างกันออกไป และถึงแม้ส่วนใหญ่อาการปวดนี้จะเกิดขึ้นเพียง 2-3 วัน แต่ก็คงไม่มีสาวๆ คนไหนอยากจะต้องเผชิญกับความทรมานนี้เรามีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับวิธีบรรเทาอาการประจำเดือนมาฝากให้สาวๆ ได้เอาไปลองใช้กัน มีทั้งวิธีที่สามารถดูแลได้ด้วยตัวเอง และวิธีทางการแพทย์

1.เริ่มต้นจากดูแล“ตัวเอง”
ในช่วงวันนั้นของเดือนสาวคนไหนที่รู้สึกปวดท้องการวางถุงน้ำร้อนหรือประคบร้อนบริเวณท้องน้อยจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ หรือใครมีอาการปวดหลังร่วมด้วย ก็แนะนำให้นวดคลึงบริเวณท้องน้อยและแผ่นหลังนอกจากนี้การอาบน้ำอุ่นก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ผ่อนคลาย รวมถึงพยายามดูแลร่างกายให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอรับประทานอาหารที่ย่อยง่ายและมีคุณค่าทางสารอาหารพยายามลดอาหารที่มีเกลือ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนก็จะช่วยให้อาการปวดในแต่ละเดือนค่อยๆ ดีขึ้น
2.เพิ่มตัวช่วยด้วยอาหารเสริม
หากทำแล้วอาการปวดยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี6 วิตามินบี1 วิตามินอี แคลเซียม แมกนีเซียม และกรดโอเมก้า3 เพราะโอเมก้า3 จัดเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายเนื่องจากร่างกายสร้างเองไม่ได้ และพบในน้ำมันทั่วไปได้น้อยซึ่งหากร่างกายขาดไปจะทำให้ร่างกายขาดความสมดุล อีกทั้งโอเมก้า3 ยังช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน และบรรเทาอาการปวดท้องจากการหดเกร็งของมดลูกในช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือนได้ด้วย อ่านเพิ่มเติม

10 เหตุผลที่คุณแม่ตั้งครรภ์ ควรรับประทาน ข้าวกล้อง

การรับประทานข้าวซ้อมมือ หรือที่รู้จักในชื่อว่า “ ข้าวกล้อง ” ส่งผลดีต่อลูกน้อยในครรภ์และสุขภาพคุณแม่มากมาย ถือเป็นหนึ่งในอาหารกลุ่มให้พลังงาน ข้าวกล้องเป็นข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี จึงยังคงไว้ด้วยคุณค่าสารอาหารมากกว่าขาวที่ถูกขัดสีแล้ว และเมื่อไล่ดูถึงประโยชน์จะพบว่ามีครบสูตรดีๆ ทั้งโปรตีน วิตามิน เกลือแร่ ซึ่งมีอะไรบ้างมาดูกัน

เมื่อรับประทานข้าวกล้องเป็นประจำ จะช่วยป้องกันโรคเหน็บชา ป้องกันการเกิดปากนกกระจอก เนื่องจากมีวิตามินบี 2
บรรเทาอาการอ่อนเพลีย อาการปวดแสบและเสียวในขา ปวดน่อง ปวดกล้ามเนื้อ
มีธาตุเหล็กมากเป็น 2 เท่า ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
มีฟอสฟอรัส ช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน และเส้นผม
มีแคลเซียมจำเป็นที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับ ช่วยให้กระดูกแข็งแรง และยังช่วยป้องกันการเกิดตะคริว ซึ่งคุณแม่ตั้งครรภ์กว่า 90% ต้องเผชิญ
มีไขมันที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ในข้าวกล้องเป็นไขมันดีที่ไม่มีคอเลสเตอรอล (Cholesterol)
มีเส้นใยอาหาร ซึ่งช่วยในเรื่องของอาการท้องผูกและมะเร็งลำไส้
มีเกลือแร่ และวิตามินรวมกันกว่า 20ชนิด ซึ่งช่วยให้ระบบการทำงานของร่างกายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
มีโปรตีนมากกว่า 20-30% ช่วยเสริมสร้างร่างกาย ซ่อมแซมเซลล์ส่วนที่สึกหรอ
แป้งมีน้อยกว่าข้าวขาว ช่วยลดความอ้วน ส่วนคนที่ผอมก็แข็งแรงยิ่งขึ้น เนื่องจากได้รับสารอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์เพิ่มขึ้น มีผลทำให้สุขภาพจิตใจของคุณแม่ตั้งครรภ์ดีขึ้น อ่านเพิ่มเติม

เปิดเทอมใหม่ แบบ New Normal ! โรคโควิด-19

แนวทางการรับมือกับเพื่อลดความเสี่ยงกับ โรคโควิด-19
อีกไม่กี่วัน เด็ก ๆ ก็จะเปิดเทอมกันแล้ว ในสถานการณ์ที่เราต้องรักษาระยะห่างจากคนรอบข้าง เพื่อป้องกันตัวเองจากเชื้อโรคที่เรามองไม่เห็นนี่ ลูกน้อยของคุณพ่อคุณแม่ต้องไปโรงเรียน ออกไปที่สาธารณะ เราสามารถป้องกันพวกเขาด้วยวิธีดังต่อไปนี้

สวมหน้ากากอนามัย : ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน เข้าพื้นที่สาธารณะ
พกเจลแอลกอฮอล์ติดตัวเสมอ : เจลแอลกอฮอลล์สามารถช่วยทำความสะอาดมือและผิวหนังบริเวณที่ต้องสัมผัสสิ่งต่าง ๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา
ล้างมือบ่อย ๆ : ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำเปล่า หรือ สบู่ เป็นเวลา 20 วินาที จะช่วยให้ลดความเสี่ยงของเจอกับเชื้อโรคได้
หลีกเลี่ยงสถานที่คนเยอะ ๆ : เชื้อโรคที่มองไม่เห็น บางรายไม่มีอาการ การเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการอยู่ในที่สาธารณะ อ่านเพิ่มเติม

ปวดท้องน้อย บ่อยๆ เป็นเวลานานๆ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้

ปัญหาอันดับหนึ่ง ที่ทำให้คุณผู้หญิงต้องไปพบสูตินรีแพทย์คงจะเป็นการ ปวดท้องน้อย เราเชื่อว่าหลายๆ คนปวดแล้วชอบละเลยคิดว่าไม่เป็นอะไรมาก เดี๋ยวก็หาย แต่ถ้ายิ่งปวดบ่อยๆ เป็นเวลานาน บอกเลยว่าไม่ควรมองข้าม สาเหตุหลักมักเกิดจากความผิดปกติของมดลูก รวมไปถึงช่องคลอด และรังไข่ เรามาดูกันดีกว่าว่าอาการปวดท้องน้อยบอกอะไรกับสาวๆ ได้บ้าง
• เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดลอกออกมา โดยปกติแล้วจะไหลออกไปทางช่องคลอด แต่ไหลออกไปไม่หมด ทำให้เกิดการไหลย้อนกลับไปฝังตัวและเจริญเติบโตที่ท่อนำไข่ หรือรังไข่ เกิดเป็นอาการอักเสบ และพังผืด ส่งผลให้เลือดที่ไหลออกมาถูกขัง และสะสมจนกลายเป็นถุงน้ำ หรือที่เราเรียกกันว่า ช็อกโกแลตซีสต์ ทำให้ให้มีอาการปวดท้อง และประจำเดือนมามากผิดปกติ อ่านเพิ่มเติม

เนื้องอกมดลูก ผิดปกติของเซลล์กล้ามเนื้อมดลูก

เนื้องอกมดลูก คือ การเจริญเติบโตมากผิดปกติของเซลล์กล้ามเนื้อมดลูก ทำให้มีขนาดใหญ่จนแทรกหรือยื่นจากมดลูกปกติ ทำให้มดลูกโตขึ้น บางทฤษฎีสันนิษฐานว่า ฮอร์โมนเพศหญิงเป็นตัวเร่งการเจริญเติบโตที่มดลูก มีส่วนเร่งให้เนื้องอกโตขึ้น เพราะพบว่าส่วนใหญ่เนื้องอกในมดลูกจะมีขนาดเล็กลงหลังวัยหมดประจำเดือน มักเกิดเพียงก้อนเดียวหรือหลาย ๆ ก้อน และหลาย ๆ ขนาดแตกต่างกันออกไป
เนื้องอกมดลูกพบได้ทุกบริเวณในมดลูก เรียกแตกต่างกันตามตำแหน่งที่พบ ดังนี้..
เนื้องอกที่กล้ามเนื้อ เป็นก้อนเนื้องอกที่โตขึ้นภายในกล้ามเนื้อมดลูก พบได้บ่อยที่สุด
เนื้องอกมดลูกที่ผิวด้านนอกมดลูก เป็นก้อนเนื้องอกที่โตขึ้นและดันออกมาที่ผิวด้านนอกมดลูก
เนื้องอกมดลูกที่โพรงมดลูก เป็นก้อนเนื้องอกที่โตขึ้นและดันเข้ามาในโพรงมดลูก
เนื้องอกในมดลูกชนิดมีก้านยื่น เป็นก้อนเนื้องอกที่โตขึ้นและอาจดันพ้นออกมาที่ผิวด้านนอกของมดลูก หรืออาจดันเข้ามาในโพรงมดลูก แต่ก้อนเนื้องอกจะยึดติดกับมดลูกด้วยก้าน
อาการที่พบได้ของเนื้องอกในมดลูก ได้แก่ อ่านเพิ่มเติม

 

ต่างกันอย่างไร ? ซีสต์ และเนื้องอก

ซีสต์ คือถุงน้ำของรังไข่ ส่วนเนื้องอกบางชนิดเป็นซีสต์บางชนิดเป็นเนื้อตัน ซีสต์เจอได้บ่อยๆอาจพบทุกเดือนไม่มีอันตราย ส่วนใหญ่จะถือขนาดที่ต้องรักษาคือขนาด 5 ซ.ม. หากมีขนาดเล็กๆ ไม่ต้องไปทำอะไร เพียงแต่ตรวจติดตามดูขนาดเป็นระยะ หากมีขนาดเล็ก เช่น 2 ซ.ม และไม่มีอาการปวด ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้ยา หากตั้งครรภ์แล้วเป็นช็อกโกแลตซีสต์ อาการช็อกโกแลตซีสต์จะดีขึ้น เนื่องจากตลอดการตั้งครรภ์จะมีฮอล์โมนโปรเจสเตอโรนสูง ซึ่งจะไปกดให้ช็อกโกแลตซีสต์ฝ่อและหายไปในระหว่างการตั้งครรภ์
เพราะอะไรผู้หญิงยุคใหม่จึงเป็นโรคนี้กันมากขึ้น
ถ้าดูงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเยื่อบุโพรงมดลูกเติบโตผิดที่พบว่า ถ้านำผู้หญิง 100 คนมาส่องกล้องเข้าไปดูในขณะที่มีประจำเดือน ผู้หญิงเกือบทั้ง 100 คนจะมีภาวะเลือดระดูไหลย้อนกลับเข้าไปในช่องท้องทุกคน คนไข้กลุ่มที่เป็นถุงน้ำมักจะมีปัญหาในเรื่องภูมิคุ้มกันบางอย่างบกพร่อง ซึ่งไม่สามารถจะทำลายเยื่อบุโพนงมดลูกที่เติบโตผิดที่นี้ได้ในขณะที่ผู้หญิงปกติทั่วไปจะมีภูมิคุ้มกัน ซึ่งสามารถทำลายเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญเติบโตผิดที่ได้
ส่วนที่ดูเหมือนกับว่าผู้หญิงในปัจจุบันเป็นโรคนี้กันมากก็เพราะความเจริญก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่มีความแตกต่างกันมากกับอดีตที่ผ่านมา เพียงแต่ความเข้าใจของแพทย์เองต่อโรคนี้จะมีมากขึ้น ซึ่งทำให้สามารถตรวจวินิจฉัยโรคได้เร็วขึ้น ก็เลยดูเหมือนกับว่ามีคนเป็นโรคนี้กันเยอะ รวมทั้งข่าวสารที่มีการแพร่หลายในวงกว้าง จึงทำให้มีการฉุกใจขึ้นมาว่า เราเป็นโรคนี้หรือเปล่าแล้วไปตรวจร่างกาย ซึ่งบางคนก็พบว่าเป็นโรคนี้จริง ทำให้คนรู้สึกว่าเป็นโรคนี้กันมากขึ้น อ่านเพิ่มเติม