โรคภูมิแพ้ “ภูมิ (ไม่) แพ้…แค่ทดสอบ” พ่อเเม่อุ่นใจได้เลย

ปัจจุบัน โรคภูมิแพ้ เป็นโรคที่พบได้มากในเด็ก ทำให้คุณพ่อคุณแม่จะเป็นกังวลเพราะไม่ทราบว่าสาเหตุแท้จริงว่าเกิดจากอะไร จะดีกว่าไหมถ้าคุณพ่อคุณแม่สามารถรู้และป้องกันอาการภูมิแพ้ของลูกน้อยได้ คือ การทำโปรแกรมทดสอบหาสารก่อภูมิแพ้ (Skin Prick Test)

ทำไมต้องตรวจ…!!

การตรวจทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังเป็นการช่วยวินิจฉัยของแพทย์ เพื่อแยกชนิดของ โรคภูมิแพ้ นอกเหนือจาการซักประวัติ การตรวจร่างกายเพียงอย่างเดียวสำหรับการทดสอบภูมิแพ้ยังเป็นการตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการแพ้เพื่อให้เราสามารถหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้

ภูมิแพ้ในเด็กป้องกันได้…แค่ทดสอบ…!!!

การตรวจทดสอบทางผิวหนัง (Skin prick test) คือ วิธีการทดสอบภูมิแพ้ต่อสารชนิดต่างๆทางผิวหนัง โดยแพทย์จะเป็นผู้ทำการทดสอบด้วยน้ำยาทดสอบภูมิแพ้โดยเฉพาะ ซึ่งจะสามารถทำให้ทราบว่า คนไข้มีอาการแพ้สารใดบ้าง เช่น แมลงสาบ ขนแมว ไรฝุ่น เชื้อรา ขนสุนัข เกสร และแพ้อาหารต่างๆ เป็นต้น
การตรวจเลือดหาสารก่อภูมิแพ้ (RAST)คือ วิธีการตรวจโดยการเจาะเลือดไปตรวจ สำหรับกรณีที่ไม่สามารถทำการทดสอบทางผิวหนังได้ เช่น ในคนที่มีประวัติแพ้รุนแรงถึงช็อก หรือคนที่มีผื่นมากและไม่มีผิวหนังปกติมากพอที่จะทำการทดสอบทางผิวหนังได้หรือหยุดยาแก้แพ้ไม่ได้เลย

การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังต่างกับการเจาะเลือดอย่างไร…????

การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังกับการเจาะเลือด การตรวจทั้ง 2 วิธี มีทั้งข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ดังนี้
การเจาะเลือดตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ (RAST)
เจ็บตัวมากกว่า โดยต้องเจาะเลือดจากเส้นเลือดดำ เพื่อเก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ
รอผลตรวจนานอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
เจาะเลือดตรวจได้ทันที ไม่ต้องหยุดยาแก้แพ้ (แต่ต้องรอผลนาน 1-2 สัปดาห์)
ราคาแพงกว่า นิยมตรวจกรณีทราบสารก่อภูมิแพ้ที่สงสัยบ้างแล้ว
ให้ผลการตรวจเป็นระดับแอนตี้บอดี้อย่างละเอียดสามารถเจาะเลือดตรวจติดตามอาการได้เป็นระยะๆ โดยละเอียด
ผลข้างเคียงไม่มี (อาจมีอาการเป็นลมจากการกลัวเข็มขณะเจาะเลือด)
การตรวจทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Skin prick test)
อาจรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเวลาโดนเข็มสะกิด แต่จะรู้สึกคันมากเมื่อมีปฏิกิริยาเกิดขึ้น
ได้ผลภายใน 20 – 30 นาทีหลังทดสอบ อ่านเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *