ผัก ผลไม้มีดีอย่างไร ทำไมต้องกินให้เพียงพอ

ผัก ผลไม้ มีดีอย่างไร ทำไมต้องกินให้เพียงพอ
การกินผักและผลไม้ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้ ซึ่งใน 1 วันควรกินผัก-ผลไม้ให้ได้อย่างน้อย 400 กรัม ต่อคนต่อวัน โดยแบ่งเป็นผัก 3 ส่วนและ ผลไม้ 2 ส่วน

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ กลุ่มโรค NCDs (Non-Communicable diseases) เป็นชื่อเรียกของกลุ่มโรคที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ เป็นโรคไม่ติดต่อ และ ไม่แพร่กระจายโรคจากการสัมผัสคลุกคลี กับคนที่เป็นโรค ประกอบด้วย 6 โรคได้แก่ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง และหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง และ โรคอ้วนลงพุง

โรคเหล่านี้เกิดจากปัจจัยต่างๆ ภายในร่างกาย อันเป็นผลมาจากวิถีชีวิต ที่ทำให้เกิดความเสี่ยง เช่น การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ กิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ กินอาหาร หวาน-มัน-เค็มจัด และมีความเครียดสูง

ในประเทศไทยมีอัตราของผู้ป่วยเป็นโรคนนี้ จากการสำรวจปี 2552 พบว่ามีมากถึง 14 ล้านคน และยังถือเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของประชากรทั้งประเทศ และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต

กินผักผลไม้ให้เพียงพอ ช่วยต้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
การบริโภคอาหารที่ไม่สมดุลอย่างต่อเนื่องนั้น ส่งผลต่อกับการเป็นโรคในกลุ่ม NCDs ซึ่งการกินผัก และผลไม้ไม่เพียงพอ ก็เป็นอีกหนึ่งในพฤติกรรมที่ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรค นอกจากนี้ยังทำให้สุขภาพโดยรวมแย่ลง ซึ่งจากการศึกษา และวิจัยในระดับนานาชาติ พบว่า การไม่กินผัก และผลไม้ หรือกินน้อยเกินไป เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค ลำดับที่ 6 จากทั้งหมด 17 ปัจจัย ดังนั้น องค์การอาหาร และการเกษตรแห่งสหประชาชาติ และองค์การอนามัยโลกจึงแนะนำให้ควรกินผัก และผลไม้ให้ได้อย่างน้อย 400 กรัม ต่อวัน หรือเทียบเท่ากับ 5 ส่วนต่อวัน (โดยคิด ผัก ผลไม้ 80 กรัม เป็น 1 ส่วนบริโภค)

มีหลักฐานที่ได้จากการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างในระยะ 10-12 ปี ยืนยันว่า การกินผัก และผลไม้ให้ได้ตามส่วนที่แนะนำ สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคในกลุ่ม NCDs ได้ทั้ง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิต โรคอ้วน โรคเบาหวาน และ โรคมะเร็ง (กะเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ หลอดอาหาร และ ปอด) อ่านเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *