ปวดตา… จากการทำงานคอมพิวเตอร์

ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทำให้พบ ปัญหาอาการปวดตา เมื่อยล้า แสบตา สู้แสงไม่ได้ เนื่องจาก การใช้สายตาทำคอมพิวเตอร์มากเกินไป ซึ่งอาการล้าเกิดจาก 1. การดูคอมพิวเตอร์เป็นการมองระยะใกล้ ทำให้กล้ามเนื้อตาต้องเกร็งเพื่อปรับโฟกัส 2. แสงสว่างจากจอคอมพิวเตอร์จะกระตุ้นการทำงานของจอประสาทตา(มากกว่าการดูกระดาษพิมพ์) 3. จอคอมพิวเตอร์ที่มีความถี่ต่ำภาพจะเต้นมากกว่าจอที่มีความถี่สูง

ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทำให้พบปัญหาอาการปวดตา เมื่อยล้า แสบตา สู้แสงไม่ได้ เนื่องจาก การใช้สายตาทำคอมพิวเตอร์มากเกินไป ซึ่งอาการล้าเกิดจาก

1. การดูคอมพิวเตอร์เป็นการมองระยะใกล้ ทำให้กล้ามเนื้อตาต้องเกร็งเพื่อปรับโฟกัส
2. แสงสว่างจากจอคอมพิวเตอร์จะกระตุ้นการทำงานของจอประสาทตา(มากกว่าการดูกระดาษพิมพ์)
3. จอคอมพิวเตอร์ที่มีความถี่ต่ำภาพจะเต้นมากกว่าจอที่มีความถี่สูง

นอกจากนี้บางคนอาจจะมีปัญหาสายตาเอียง สายตา 2 ข้าง ไม่เท่ากัน สายตายาว (ยาวตั้งแต่เกิดและยาวเนื่องจากอายุ) ดังนั้น การดูคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานานหลายชั่วโมงหลายวัน ไม่ได้พักตา หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ย่อมทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนล้า ผลก็คืออาการปวดตา แสบตา สู้แสงไม่ได้ บางคนอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้

วิธีแก้ไข
1. ปรับแสง ความสว่างจอคอมพิวเตอร์ให้พอเหมาะกับสภาพแสงภานในห้องทำงาน ปรับสีจอไม่ควรใช้สีที่เป็นโทนสีร้อนแรง
2. ปรับระยะห่างหน้าจอ(เพิ่มระยะห่าง)ให้มากขึ้นเพื่อลดการเกร็งของกล้ามเนื้อตา
3. ปรับความถี่ของหน้าจอ(Refresh Rate)ให้สูงขึ้น ในกรณีที่สามารถปรับได้
4. ควรพักสายตาเป็นช่วงๆเท่าที่ทำได้(ยิ่งบ่อยยิ่งดี) ด้วยการหลับตาและมองไกลๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อตาคลายตัว
5. การนวดตาเบาๆและการบริหารกล้ามเนื้อตาด้วยการกรอกตา เพื่อลดการเกร็งของกล้ามเนื้อตาบางมัด
6. การประคบน้ำเย็นในเบื้องต้น(เพื่อลดอาการปวด) และการประคบน้ำอุ่นในระยะหลัง(เพื่อให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ลดของเสียที่คั่งค้างในกล้ามเนื้อ) อ่านเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *